กฎระเบียบที่ควรรู้

กฎระเบียบด้านการลงทุน

กฎหมายที่ดิน (The Land code)ตามประมวลกฎหมายที่ดินของสหพันธรัฐรัสเซีย No.136-FZ (October 25, 2001)ได้อนุญาตให้มีการซื้อขายที่ดินและออกเอกสารสิทธิ์การครอบครองที่ดินแก่ประชาชน ทั้งนี้ต่างชาติก็มีสิทธิ์ในการซื้อหรือเช่าที่ดินระยะยาวเช่นเดียวกับพลเมืองของรัสเซียยกเว้นที่ดินบริเวณพรมแดนระหว่างประเทศ ท่าเรือทางทะเล พื้นที่ป่าไม้ แหล่งน้ำขนาดใหญ่และที่ดินในเขตเกษตรกรรม 

รัฐบาลรัสเซียอนุญาตให้นักลงทุนต่างชาติสามารถเป็นเจ้าของกิจการได้ทั้งหมด 100% ในเกือบทุกภาคธุรกิจ อย่างไรก็ตามรัฐบาลรัสเซียยังคงกำหนดสัดส่วนและข้อจำกัดในการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติในธุรกิจบางประเภท เช่น

  • ธุรกิจน้ำมัน อนุญาตให้นักลงทุนต่างชาติถือหุ้นได้ไม่เกิน 20% ของเงินลงทุนทั้งหมดของแต่ละบริษัท
  • ธุรกิจธนาคาร ปัจจุบันอนุญาตให้ธนาคารต่างชาติถือหุ้นในธนาคารรัสเซียได้ไม่เกิน 12% ของเงินทุนจดทะเบียนทั้งหมด
  • ธุรกิจประกันภัย บริษัทประกันภัยในรัสเซียที่มีนักลงทุนต่างชาติถือหุ้นเกิน 49% จะถูกจำกัดการออกผลิตภัณฑ์บางประเภท อาทิ ไม่สามารถให้บริการประกันชีวิตได้ เป็นต้น
  • ธุรกิจการบิน กำหนดให้นักลงทุนต่างชาติมีสัดส่วนได้ไม่เกิน 25%

และตามกฎหมายรัสเซียเลขที่ 57-FZ ประกาศ ณ วันที่ 29 เมษายน ค.ศ. 2008 เพื่อป้องกันประเทศและความมั่นคง กำหนดให้นักลงทุนต่างชาติทั้งในนามเอกชนและรัฐบาลหากประสงค์ลงทุนในภาคยุทธศาสตร์ของระบบเศรษฐกิจ จำนวน 42 ประเภท ที่รัฐได้กำหนดไว้ตามกฎหมายฉบับนี้ จะต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐบาลรัสเซียก่อน ตัวอย่างกิจการที่กำหนด ได้แก่ กิจการที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมนิวเคลียร์ อาวุธ การรักษาความปลอดภัยของสายการบิน เครื่องบิน กิจการเกี่ยวกับอวกาศ วิทยุ โทรทัศน์ และทรัพยากรธรรมชาติ เป็นต้น


ที่มา:

  • Investment Potential of Russian Region
  • ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงต่างประเทศ
  • http://www.exim.go.th/doc/research/article/5987.pdf

หมายเหตุ: รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อจำกัดด้านการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติดังนี้


ที่มา:

รัสเซียมิได้ระบุประเภทของกิจการที่ไม่อนุญาตให้นักลงทุนต่างชาติลงทุน มีเพียงการจำกัดสัดส่วนการลงทุนและการถือหุ้นในธุรกิจที่กำหนดอยู่ในภาคยุทธศาสตร์ของประเทศ



ศักยภาพด้านการลงทุน

ประเทศรัสเซียได้ประกาศใช้ “The Law on Foreign Investments” เป็นกฎหมายส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศฉบับแรกเมื่อปี ค.ศ. 1999 หลังจากนั้นได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมอีก 2 ครั้ง ในปี ค.ศ. 2002 และ ค.ศ.2003 เพื่อมุ่งส่งเสริมและดึงดูดนักลงทุนต่างชาติให้เข้าไปลงทุนในรัสเซียเพิ่มขึ้น รวมทั้งให้การรับรองว่านักลงทุนต่างชาติจะได้รับสิทธิประโยชน์ด้านการลงทุนเท่าเทียมกับนักลงทุนท้องถิ่นทุกประการ


มาตรการจูงใจด้านภาษี

  • นำระบบ Tax Code มาใช้ในการจัดเก็บภาษีจากนักลงทุนต่างชาติและนักลงทุนท้องถิ่นเพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน
  • ลดหย่อนภาษีกำไรสุทธิ (Profit Tax) จากอัตราร้อยละ 35 เหลือร้อยละ 24 ซึ่งประกอบด้วย Federal Rateร้อยละ 6.5 และ Regional Rate ร้อยละ 17.5
  • ลดหย่อนภาษีมูลค่าเพิ่ม (Value-added Tax : VAT) จากอัตราร้อยละ 20 เหลือร้อยละ 18
  • ลดหย่อนภาษีประกันสังคม (Unified Social Tax) ซึ่งเป็นภาษีที่รัฐบาลจัดเก็บจากนายจ้างเข้ากองทุนบำเหน็จบำนาญกองทุนประกันสังคม และกองทุนประกันสุขภาพ จากอัตรา ร้อยละ 35.6 เหลือ ร้อยละ 26

มาตรการจูงใจที่มิใช่ภาษี

  • รัสเซียออกกฎหมายต่างๆ ที่เอื้อประโยชน์ให้แก่นักลงทุนต่างชาติเพิ่มขึ้น อาทิ การปรับปรุงขั้นตอนการจดทะเบียนเพื่อทำธุรกิจหรือเพื่อการลงทุนให้สะดวกและรวดเร็วขึ้น ลดการผูกขาดการทำธุรกิจของภาครัฐในกิจการบางประเภท เช่น ภาคพลังงาน และกิจการรถไฟ ฯลฯ เพื่อเปิดโอกาสให้นักลงทุนต่างชาติเข้าไปลงทุนได้เพิ่มขึ้น

กิจการที่รัฐบาลรัสเซียส่งเสริมการลงทุนเป็นพิเศษ ได้แก่

  1. การผลิตที่เน้นการใช้เทคโนโลยีขั้นสูง อาทิ อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และชิ้นส่วน การบินและอากาศยาน และการขนส่ง
  2. การผลิตเพื่อส่งออก โดยเน้นสาขาพลังงาน การใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ เครื่องจักรกลและการขนส่ง
  3. การผลิตเพื่อทดแทนการนำเข้า โดยเน้นการผลิตสินค้าอุปโภคบริโภค อาหาร และยารักษาโรค
  4. การก่อสร้างระบบคมนาคมและการสื่อสาร
  5. อุตสาหกรรมที่เน้นใช้แรงงานท้องถิ่น อาทิ สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม เครื่องหนังและรองเท้า

นักลงทุนต่างชาติในรัสเซียโดยทั่วไปจะลงทุนโดยตรงผ่านบริษัทต่างชาติ หรือจัดตั้งสำนักงานตัวแทนหรือสาขาของนิติบุคคลต่างประเทศ หรือร่วมทุนกับนิติบุคคลของรัสเซีย โดยรูปแบบของนิติบุคคลตามประมวลกฎหมายของรัสเซีย มีดังต่อไปนี้

  • General and limited partnerships;
  • Commercial partnerships and production cooperatives;
  • Limited liability companies ("LLC")
  • Joint stock companies ("JSC")



เมื่อเดือนเมษายน ค.ศ. 2005 รัฐสภารัสเซียได้ผ่านกฎหมาย “Concerning Special Economic Zones in the Russian Federation” เพื่อกำหนดกรอบและหลักเกณฑ์ในการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ (Special Economic Zones: SEZs) ให้มีความชัดเจนและเป็นไปในทิศทางเดียวกันทั่วประเทศเป็นเขต SEZs โดยอยู่ภายใต้การดูแลของรัฐบาลกลางโดยตรง ซึ่งกำหนดให้มีเขตเศรษฐกิจพิเศษใน 2 รูปแบบ คือ

  1. เขตเศรษฐกิจพิเศษสำหรับการผลิตสินค้าอุตสาหกรรม
  2. เขตเศรษฐกิจพิเศษด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

โดยเขตเศรษฐกิจพิเศษทั้งสองมีขนาดไม่เกินเขตละ 20 ตารางกิโลเมตร กระทรวงพัฒนาเศรษฐกิจและการค้ารัสเซียได้ประกาศผลการพิจารณาการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ ซึ่งเสนอโดยรัฐบาลท้องถิ่นของภูมิภาคต่างๆ เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน ค.ศ. 2005 จำนวนกว่า 72 แห่ง โดยเห็นชอบให้มีการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษขึ้นอีกจำนวน 6 แห่ง ในภูมิภาคต่างๆ ของรัสเซีย นอกเหนือจากเขตเศรษฐกิจพิเศษที่รัสเซียมีอยู่แล้วในปัจจุบันในมณฑล Kaliningrad (เป็นเขตปกครองหนึ่งของรัสเซียที่ตั้งอยู่ระหว่างโปแลนด์กับลิธัวเนีย และมีเขตแดนแยกออกจากเขตปกครองอื่นๆ ของรัสเซีย) ได้แก่


เขตเศรษฐกิจพิเศษสำหรับการผลิตสินค้าอุตสาหกรรม 4 แห่ง ณ เมือง

  • Tatarstan Republic: Alabuga สำหรับผลิตสินค้าอุตสาหกรรม ซึ่งจะมีการผลิตสินค้าประเภทชิ้นส่วนรถยนต์ สินค้าปิโตรเคมีต่างๆ และวัสดุก่อสร้าง
  • Lipetsk Region: Lipetsk สำหรับผลิตสินค้าประเภทเหล็ก เครื่องจักรกล ผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับการขนส่ง ยานพาหนะ และเครื่องมือก่อสร้าง
  • Samara Region: Togliatti สำหรับผลิตสินค้าอุตสาหกรรม ชิ้นส่วนรถยนต์ วัสดุก่อสร้าง และสินค้าอุปโภคบริโภค
  • Sverdlovsk Region: Titanium Valley สำหรับผลิตเครื่องจักรกลวิศวกรรม วิศวกรรมเครื่องบิน อุตสาหกรรมปิโตรเคมี และอุสาหกรรมก่อสร้าง

เขตเศรษฐกิจพิเศษด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 4 แห่ง ณ เมือง

  • Moscow Region: Dubna สำหรับการพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซอฟแวร์ โดยเน้นด้าน IT นาโนเทคโนโลยี และ นิวเคลียร์เทคโนโลยี และไบโอเทคโนโลยี
  • Moscow: Zelenograd สำหรับพัฒนาอุตสาหกรรม Micro and Nanoelectronics,  organic electronics เทคโนโลยีประหยัดพลังงานและการพลังงานทดแทน อุปกรณ์ด้านการสื่อสาร ระบบคอมเพล็กทางเทคโนโลยี และ นาโนเทคโนโลยี
  • St. Petersburg  สำหรับพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศและโทรคมนาคม เทคโนโลยีทางการแพทย์ นาโนเทคโนโลยี และเครื่องมือด้านวิศวกรรม
  • Tomsk Region: Tomsk  สำหรับการพัฒนาด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและอิเลคทรอนิกส์ การแพทย์และไบโอเทคโนโลยี นาโนเทคโนโลยีและวัสดุนาโน และเทคโนโลยีการประหยัดทรัพยากร

นอกจากนี้ตั้งแต่ ปี 2006 ได้มีการเสนอเขตเศรษฐกิจพิเศษอีก 2 รูปแบบ คือ

  • Tourism & recreation SEZ มีทั้งหมด 8 แห่ง ได้แก่
    Altai Republic(The Altai Valley), The Republic of Buryatia(The Baikal Haven), Altai Territory(The Turquoise Katun), Stavropol Territory(Yutsa Grand Spa), Irkutsk Region(the Gate of Baikal), Kaliningrad Region(Curonian Spit), Primorsky Territory(Russky Island) และ The North Caucasus(North Caucasian Tourist Cluster)
  • Port facilities development SEZ มีทั้งหมด 3 ได้แก่
    Ulyanovsk Region(Ulyanovsk Vostochny), Khabarovsk Region(Sovetskaya Gavan), และ Murmansk Region

โอกาสการลงทุนในประเทศรัสเซีย การลงทุนจากต่างชาติถึงหนึ่งในสามในรัสเซียมุ่งไปยัง Moscow City และ Moscow Oblast พื้นที่ลงทุนที่สำคัญอื่นๆ คือ St. Petersburg และพื้นที่ใกล้เคียง โดยเฉพาะ Leningrad Oblast พื้นที่ซึ่งมีทรัพยากรพลังงาน เช่น Sakhalin และ Tyumen และพื้นที่ซึ่งเป็นท่าเรือส่งสินค้าที่สำคัญ เช่น Krasnodar และ Archangelsk และเมืองอุตสาหกรรมสำคัญ เช่น Sverdlovsk ซึ่งมีอุตสาหกรรมเหล็ก เคมีภัณฑ์และเครื่องจักรกล และ Samara ซึ่งมีอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยทั่วไปพื้นที่ซึ่งมีบรรยากาศการลงทุนดีคือ พื้นที่ภาคตะวันตกเฉียงเหนือและภาคกลาง ขณะที่พื้นที่ภาคใต้และตะวันออกไม่เป็นที่นิยมนัก การลงทุนจากต่างประเทศส่วนใหญ่ในรัสเซียมุ่งไปยังพื้นที่ซึ่งเป็นแหล่งพลังงาน พื้นที่ซึ่งมีศักยภาพและได้รับความนิยมสูงได้แก่ Moscow, St. Peterburg, Moscow Oblast, Khanty Mansiysky, Yekaterinburg, Samara, Nizhny Novgorod, Krasnoyarsk, Krasnodar และ Tatarstan และพื้นที่ซึ่งมีความเสี่ยงในการลงทุนต่ำคือ Yaroslav, St. Peterburg, Belgorod, Novgorod, Tatarstan, Moscow, Nizhny Novgorod, Moscow Oblast, Vologda และ Krasnodar


ข้อกำหนดในการจัดตั้ง

  • เขตเศรษฐกิจพิเศษสำหรับการผลิตสินค้าอุตสาหกรรมมีข้อกำหนดเรื่องเงินลงทุนไม่ต่ำกว่า 10 ล้านยูโร ภายในเวลา 20 ปี โดยในปีแรกมูลค่าการลงทุนต้องไม่น้อยกว่า 1 ล้านยูโร
  • สำหรับเขตเศรษฐกิจพิเศษด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไม่มีข้อกำหนดเรื่องเงินลงทุน

สิทธิพิเศษที่จะได้รับ

  • อำนวยความสะดวกทางพิธีการศุลกากรและลดขั้นตอนในการอนุมัติการลงทุนกระบวนการในการจดทะเบียนและจัดตั้งบริษัทจะสะดวกและรวดเร็ว
  • ภาษีนำเข้าจากต่างประเทศ ภาษีส่งออกสินค้า และภาษีมูลค่าเพิ่มที่เก็บจากวัตถุดิบที่นำมาใช้ในกระบวนการผลิต
  • ได้รับสิทธิพิเศษด้านภาษีกำไรนิติบุคคลและอสังหาริมทรัพย์จากรัฐบาลท้องถิ่น ยกเว้น การเก็บภาษีที่ดิน (เป็นภาษีที่รัฐบาลท้องถิ่นจัดเก็บจากการใช้ประโยชน์จากที่ดินในอัตราที่แตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่) ในช่วง 5 ปีแรกของการดำเนินกิจการ
  • การตรวจสอบบัญชีบริษัทมีเพียง 1 ครั้ง ภายใน 3 ปี นอกจากนี้ยังได้รับการยกเว้นในเรื่องกฎระเบียบด้านภาษีทั่วไปที่ออกโดยรัฐบาลกลางและรัฐบาลท้องถิ่น ตราบใดที่ความตกลงว่าด้วยการจัดตั้งบริษัทในเขตเศรษฐกิจพิเศษยังมีผลบังคับใช้
ที่มา: Ministry of Economic Development of Russian Federation และ สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์
www.russez.ru