สไลด์หน้าแรก

ภาพรวมเศรษฐกิจรัสเซียในปี 2560

ภาพรวมเศรษฐกิจรัสเซีย ในปี 2560
ในปี 2560 เศรษฐกิจ รัสเซียฟื้นตัวเนื่องมากจากการสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการลงทุน การออกกฎหมายและระเบียบ การสร้างสาธารณูปโภคและโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ เพื่อรองรับการลงทุนจากต่างประเทศตลอดจนการดำเนินนโยบายด้าน เศรษฐกิจ ระหว่างประเทศและการทูตเชิง เศรษฐกิจ อย่างมีพลวัตรของ รัฐบาล รัสเซีย ทำให้ เศรษฐกิจ รัสเซียมีสัญญาณบวกในหลายด้าน ดังนี้
1. อัตรา GDP จากข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติ (Rosstat) GDP รัสเซียเพิ่มขึ้นจาก - 0.2 %  ในปี 2559 เป็น 0.5 % ในไตรมาสที่ 1 ของปี 2560 และเพิ่มถึง 2.5 % ในไตรมาสที่ 2  ก่อนที่จะลดลงเหลือ 1.8% และ 1.0% ในไตรมาสที่ 3 และ 4 ตามลำดับ โดยเมื่อเทียบกับปี 2559 GDP ของรัสเซียเพิ่มขึ้นใน อุตสาหกรรม และธุรกิจสำคัญ อาทิ อุตสาหกรรม เหมืองแร่ (2.26%) กษ. ป่าไม้ และ อุตสาหกรรมประมง (3.82%) และ บริการด้านการเงินและประกันภัย (5.07%) และ อุตสาหกรรม คมนาคม และการเก็บคลังสินค้า (4.33 %) ในส่วนของ อุตสาหกรรม ที่มี GDP ลดลงมีเป็นจำนวนน้อย อาทิ อุตสาหกรรมวัฒนธรรม กีฬา และบันเทิง (-0.45%) การให้บริการสุขภาพและบริการสังคม ( -.78%)  
อย่างไรก็ดี นักวิชาการหลายคนออกมาแสดงความเห็นว่า การเติบโตดังกล่าวไม่ยั่งยืน และแม้ว่า GDP ของรัสเซียจะสูงขึ้น 2% ในไตรมาสที่ 2 ของปี 2560 และ เศรษฐกิจรัสเซียจะดีขึ้น แต่ก็ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงทางบวกในสังคมจากตัวเลขดังกล่าว และจากข้อมูลของ Rosstat ในปัจจุบันยังมี ประชากรรัสเซียกว่า 13.8 % หรือประมาณ 20.3 ล้านคน ที่มีรายได้ไม่พอกับรายจ่ายและอยู่ในฐานะยากจน ซึ่งไม่ต่างกับสถิติในปี 2559
2. จากแบบสอบถามของธนาคารกลางรัสเซีย เมื่อต้นปี 2560 ประชาชน เห็นว่าอัตราเงินเฟ้อน่าจะอยู่ที่ประมาณ 16.7% แต่ในปีที่ผ่านมาอัตราเงินเฟ้อที่ลดลงมากที่สุดใน จากข้อมูลของ Rosstat  อัตราเงินเฟ้อในปี 2560อยู่ที่ 4% ในช่วงไตรมาสที่ 2 และลดลงเหลือเพียง 2.5% ในไตรมาสที่ 4 โดยธนาคารต่างชาติในรัสเซีย อาทิ Deuthsche Bank และ Raiffeisen Bank เห็นว่า เป็นเพราะนโยบายการเงินและการปล่อยสินเชื่อที่เข้มงวดขึ้น หรือเป็นเพราะนักลงทุนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในตลาดเหนื่อยหน่ายกับสภาวะการของ เศรษฐกิจ ทำให้ราคาสินค้าในตลาดไม่เคลื่อนไหวมากนัก อย่างไรก็ดี จากข้อมูลของ Rosstat ในปี 2560 รายได้ของประชาชนรัสเซียสูงขึ้น 3.2 % แต่อัตรารายได้ที่แท้จริงของรัสเซียลดลง 1.4% ซึ่งแสดงให้เห็นว่ารายได้ของชาวรัสเซียเพิ่มไม่ทันอัตราเงินเฟ้อ และ ประชาชน ยังอยู่ในสภาวะข้าวยากหมากแพงต่อไป
3. ค่าเงินรูเบิลมีเสถียรภาพมากขึ้นและลดการผันผวนตามราคาน้ำมันดิบ เป็นเพราะข้อตกลงการจำกัดการผลิตน้ำมัน OPEC + และโครงสร้างเศรษฐกิจรัสเซียเริ่มปรับตัวให้เข้ากับปัจจัยต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลดสัดส่วนรายได้แผ่นดินจากการขายพลังงาน และการช้อนซื้อเงินตรา ตปท. เพื่อเก็งกำไรเมื่อราคาน้ำมันดิบสูงกว่า 40 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล โดยเมื่อปี 2558 ค่าเงิน รูเบิลเคยผกผันตามราคาน้ำมันดิบถึง 80 % แต่เมื่อปลายปี 2560 อัตราดังกล่าวลดลงเหลือเพียง 30 % อย่างไรก็ดี Danske Bank เห็นว่า ค่าเงินรูเบิลน่าจะกลับมาผกผันตามราคาน้ำมันดิบมากขึ้นและจะส่งผลให้อัตราแลกเปลี่ยนรูเบิลอยู่ในระดับ 53.5 รูเบิล ต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐในปี 2561
4.  การค้าปลีกในรัสเซียขยายตัวขึ้น 1 %ในไตรมาสแรก จนถึง 2.1% ในไตรมาสที่ 3 อย่างไรก็ดี ก็ยังขยายตัวไม่ทันกับอุปสงค์ของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้นเป็น 4.3% ในไตรมาสที่ 3 โดย กระทรวงการคลังและกระทรวงพัฒนาเศรษฐกิจ รัสเซียเห็นว่า ปรากฎการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกหลังจากปี 2550 ซึ่งสินค้ากลุ่มที่ ประชาชน ให้ความสนใจคือกลุ่มสินค้าที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติ และกลุ่มสินค้าเพื่อสุขภาพอื่นๆ และเพิ่มการซื้อขายสินค้าออนไลน์มากขึ้น
5.  เศรษฐกิจ รัสเซียและ ประชาชน รัสเซียคุ้นชินและปรับตัวกับมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ และยุโรปมากขึ้นเรื่อยๆ อย่างไรก็ดี ยังคงมีข้อกังวลเกี่ยวกับโอกาสที่ในเดือน กุมภาพันธ์ 2561 สหรัฐฯ จะประกาศขยายมาตรการคว่ำบาตร ให้ครอบคลุมถึงตราสารหนี้ของรัฐ ซึ่ง Bank of American คาดการณ์ว่าจะทำให้เกิดปรากฎการณ์ Black Swan ขึ้นอีกครั้งในปี 2561 เพราะในปัจจุบันตราสารหนี้ของรัสเซียมูลค่ากว่า 51 พันล้านดอลลาร์สหรัฐถือครองโดย non-resident ดังนั้น หากมีการขยายมาตรการคว่ำบาตรฯจริง มาตรการของสหรัฐฯ จะกระทบทั้งภาคการคลังของ รัฐบาล รัสเซียและนักลงทุนต่างชาติที่ถือตราสารหนี้ฯ ด้วย นอกจากนี้ ในปี 2560 S&P และ Moody’s ยังไม่ได้เปลี่ยนอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหนี้รัสเซีย โดยยังระหว่างที่ BB+ - Ba- เนื่องจากระบบการบริหารราชการและการฏิรูปการบริหาร ปท. ที่ไม่มีประสิทธิภาพ  
6.  รัฐบาลรัสเซียให้ความสำคัญในการพัฒนาบรรยากาศในการลงทุนและการทำธุรกิจในรัสเซียทุกภูมิภาค ส่งผลให้อันดับของรัสเซียในดัชนี Doing Business เปลี่ยนจากอันดับที่ 40 ในปี 2559 เป็นอันดับที่ 35 ในปี 2560 โดยตามบัญชาของ ประธานาธิบดีปูติน รัฐบาลรัสเซียจะต้องเป็น 1 ใน 20 อันดับแรกภายในปี 2561 โดยในปี 2560 มูลค่าการลงทุนในประเทศ รัสเซียเพิ่มขึ้น อุตสาหกรรมที่เติบโตอย่างรวดเร็วคืรถยนต์และเครื่องบินโดยสารขนาดเล็กที่มีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว เนื่องจากรัสเซียต้องการเป็นศูนย์กลางผลิตรถยนต์โดยสารขนาดเล็กในยุโรป ตะวันออก และเอเชียกลาง  


ฝ่ายเศรษฐกิจ
สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมอสโก

ที่มาภาพ  www.ludasssocial.com

01/12/2018



กลับหน้าหลัก