ข่าวเด่น

ภาพรวมเศรษฐกิจรัสเซียในปี 2559

ภาพรวมเศรษฐกิจรัสเซียในปี 2559
จากข้อมูลของธนาคารกลางรัสเซียมีสัญญาณชี้ว่าเศรษฐกิจ รัสเซียเริ่มฟื้นตัวในปี 2559 โดยเฉพาะในช่วงสองไตรมาสสุดท้ายของปี 2559 จากปัจจัยบวกทั้งภายในและภายนอก ประเทศ ที่เกิดขึ้นปลายปี 2559 อาทิ การชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ของนาย Donald Trump การได้ข้อสรุปเรื่องการจำกัดจำนวนการผลิตน้ำมันในเวที OPEC และการเลือกตั้งสมาชิสภาดูมา นอกจากนี้ ชาวรัสเซียรวมทั้งนักลงทุนต่างชาติสามารถปรับตัวกับสภาวะทาง เศรษฐกิจ และมาตรการคว่ำบาตรจากภายนอก เห็นได้จากอัตราการเติบโตของ เศรษฐกิจ รัสเซียเปลี่ยนแปลงตามราคาน้ำมันดิบน้อยลง
จากข้อมูลของธนาคารกลางรัสเซียภาคอุตสาหกรรมและการผลิตมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่องในทุกภูมิภาคของรัสเซียจากการที่ ปชช. สนองตอบนโยบายเพิ่มการผลิตใน ประเทศไทยการผลิตก๊าซ น้ำและไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้น 15 % การขุดแร่ธาตุเพิ่มมากขึ้น 2.5%  อุตสาหกรรมแปรรูปขยายตัวขึ้น 0.1% จากการนำเข้าสินค้าทุนที่นำมาใช้เพื่อการผลิตและแปรรูปสินค้าในประเทศ ทำให้การนำเข้าสินค้าทั่วไปจากต่างประเทศ ลดลงถึง 3% ในไตรมาสที่ 3-4 ของปี 2559 นอกจากนี้ ในปี 2559 ภาคการเกษตรของรัสเซียขยายตัวมากขึ้นเป็น 2 เท่า โดยรัสเซียได้กลายมาเป็นผู้ส่งออกธัญพืชอันดับ 1 ของโลกในปีการเก็บเกี่ยวที่แล้ว (กรกฎาคม 2558 – มิถุนายน 2559) ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการที่รัฐบาลรัสเซีย
ในปี 2559 รัฐบาลรัสเซียประสบความสำเร็จในการชะลอการเพิ่มของอัตราเงินเฟ้อ ตามสถิติของธนาคารกลางรัสเซีย อัตราเงินเฟ้อลดลงจาก 7.3 % ในไตรมาสแรกของปี 2559 เหลือ 5.8% ในไตรมาสที่ 4 อันเนื่องมาจากการที่ธนาคารกลางรัสเซียมีนโยบายที่จะทำให้อัตราเงินเฟ้อลดลงอย่างน้อย 4% ภายในปี 2560 แต่โดยรวมแล้วอัตราค่าครองชีพสูงขึ้นซึ่งเป็นผลมาจากราคาสินค้าปรับตัวสูงขึ้นทั้งสินค้าอุปโภค 6.7% และบริโภค 5.2% ในขณะที่ค่าจ้างแรงงานในรัสเซีย 5.3% ปรับตัวขึ้นอย่างช้าๆ ซึ่งสาเหตุหนึ่งมาจากการที่ชาวรัสเซียยังคงมีความระมัดระวังในการจับจ่ายและเริ่มมีนิสัยในการออมมากขึ้น      
จากข้อมูลของ Russian Federal Treasury แจ้งว่า รัสเซียประสบปัญหาการขาดดุล งบประมาณ ตลอดปี 2559 ประมาณ 1.5 % ของ GDP ซึ่งเพิ่มมากขึ้นมากจากปี 2558 ประมาณ 0.9 ล้านล้านรูเบิล รายรับของรัฐบาลน้อยลง 0.2 % เมื่อเทียบกับปี 2558 โดยเฉพาะอย่างยิ่งรายรับของรัฐบาลกลางรัสเซีย (Federal Government) ลดลง 7.9 % อันเนื่องมาจากราคาน้ำมันดิบที่ยังไม่มีเสถียรภาพและการคงตัวของรายได้แผ่นดินจากสินค้าที่ไม่ใช่น้ำมันและพลังงาน ทำให้รัฐบาลรัสเซียต้องทบทวนนโยบายเพื่อปรับลดค่าใช้จ่ายต่างๆ ลง อาทิ การป้องกันประเทศ การรักษาความปลอดภัย และการสาธารณสุข โดยตั้งแต่เดือน กันยายน 2559 รัฐบาลรัสเซียได้หันมาใช้เงินอุดหนุนจากรายได้ที่จากการแปรรูปรัฐวิสาหกิจมาใช้แทน ซึ่งมาจากการที่ รัฐบาลรัสเซียได้ขายหุ้น 50 % ของบริษัทBashneft เป็นจำนวนเงิน 329.7 พันล้านรูเบิล หุ้น 19.5 % ของบริษัท Rosneft เป็นเงิน 710.8 พันล้านรูเบิล เพื่อหยุดการนำเงินจากกองทุนสำรอง (Reserve Fund) ที่เริ่มร่อยหรอลงมาใช้


สอท. ณ กรุงมอสโก

03/02/2017



กลับหน้าหลัก