คำถามยอดฮิต

ยุทธศาสตร์รัสเซีย ปี ๒๐๑๓

สหภาพโซเวียตในอดีตมีความน่าสนใจในมิติหนึ่ง แต่เมื่อแตกสลายออกเป็น ๑๕ ประเทศ ก็มีความน่าสนใจในอีกมิติหนึ่ง โดยเฉพาะทิศทางการดำเนินนโยบายทางการเมือง ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ไปจนถึงระบอบเศรษฐกิจ ทำให้รัสเซียวันนี้กลายเป็นมหาอำนาจทางโลกตะวันออก....

การล่มสลายของสหภาพโซเวียตมีอยู่ ๒ ปัจจัย คือ ๑) ระบบเศรษฐกิจแบบวางแผนจากส่วนกลาง และ ๒) ระบอบบริหารแบบโซเวียตและพรรคบอลเชวิก หรือพรรคคอมมิวนิสต์แห่งสหภาพโซเวียต ผ่านมา ๒๐ ปี รัสเซียกลับขึ้นมาผงาดภายใต้สโลแกน “เสือซ่อนเล็บ” ด้วยปัจจัย ๔ ข้อ คือ ๑) ความอดทนของประชาชนรัสเซียและสิ่งตกค้างจากระบอบโซเวียต ๒) การสร้างรัฐบาลกลางที่เข้มแข็งในระบอบปกครองใหม่สาเร็จ ๓) น้ามันและการพัฒนาเศรษฐกิจ และ ๔) การอ่อนกำลังของสหรัฐฯ ที่ช่วยให้รัสเซียฟื้นตัว

รัสเซียมองว่าอาเซียนเป็นความร่วมมือในระดับภูมิภาคที่แข็งแกร่ง โดยไทยเป็นแกนหลักสำคัญของอาเซียน ซึ่งรัสเซียต้องการให้มีความร่วมมือด้านความมั่นคงผ่านกรอบความร่วมมือต่างๆ โดยไทยสามารถเป็นฐานและประตูของรัสเซียสู่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สำหรับรัสเซียเองก็สามารถเป็นสะพานเชื่อมไทยกับกลุ่มประเทศเครือรัฐเอกราช (Commonwealth of Independent States: CIS) โดยไทยและรัสเซียเห็นพ้องถึงความสาคัญในประเด็นความมั่นคงทางอาหารและความร่วมมือในสาขาเกษตร รวมถึงการสนับสนุนจากรัสเซียในฐานะสมาชิกถาวรของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) สาหรับการลงสมัครรับเลือกตั้งของไทยในตำแหน่งสมาชิกของ UNSC วาระปี ๒๕๖๐ – ๒๕๖๑ เพื่อความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ระหว่างกัน การประชุมเจซีไทย-รัสเซีย ครั้งที่ ๕ ระหว่างวันที่ ๒๗ – ๒๙ มี.ค.๕๖ เป็นการกระชับความสัมพันธ์ทางการทูต ๑๑๕ ปี เพื่อยกระดับสู่ความเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ เนื่องจากไทยกับรัสเซียมีความสัมพันธ์ทางการทูตมายาวนาน การประชุมในครั้งนี้ได้หารือในความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างไทยกับรัสเซีย โดยเฉพาะด้านการค้า ที่ต้องการเพิ่มมูลค่าการค้าระหว่างไทยกับรัสเซียเป็นสองเท่า โดยไทยกำลังพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและเพิ่มความเชื่อมโยง เพื่อเตรียมความพร้อมสาหรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปี ๒๕๕๘


การสร้างความสมดุลทางยุทธศาสตร์ของรัสเซีย

ประธานาธิบดีวลาดีเมียร์ วลาดีมีโรวิช ปูติน (Vladimir Vladimirovich Putin) ใช้นโยบายการพัฒนาประเทศมุ่งเน้นไปที่ “การพัฒนาทางด้านพลังการผลิต” เพื่อมุ่งพัฒนาให้รัสเชียก้าวสู่การเป็นอภิมหาอำนาจด้านพลังงาน และฟื้นฟูอุตสาหกรรมนิวเคลียร์ เพื่อทาให้การเมืองเกิดเสถียรภาพและความมั่นคง ซึ่งในปี ๒๕๕๔ ลัทธิจักรวรรดินิยมฯ ที่นาโดย จีน อินเดีย รัสเซีย และบราซิล พยายามรวมกลุ่มกัน เพื่อคานอำนาจอิทธิพลของสหรัฐฯ และอังกฤษ ซึ่งการรวมกลุ่มกันนี้ทำให้เกิดการได้เปรียบในเกมเศรษฐกิจ ทั้งนี้ สหรัฐฯ ได้สร้างแนวปราการเพื่อต้านยันฝ่ายสังคมนิยมไล่มาตั้งแต่ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ใต้หวัน ฮ่องกง สิงคโปร์ และไทย ซึ่งรัสเซียและจีนได้เปลี่ยนยุทธศาสตร์โลกจากยุคการแข่งขันทางด้านสงคราม มาแข่งขันทางด้านเศรษฐกิจและการเมืองระหว่างประเทศ เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่ “การจัดระเบียบโลกใหม่” รัสเซียกำลังกลับมามีบทบาทในเอเชียอาคเนย์ทั้งทางด้านเศรษฐกิจและความมั่นคง เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่การเมืองภายในประเทศและปรับท่าทีนโยบายต่างๆ ต่อประเทศในเอเชียอาคเนย์ ซึ่งเป็นช่วงพอดีกับที่อาเซียนต้องการมหาอำนาจอื่นมาถ่วงดุลอานาจของสหรัฐฯ และจีน โดยรัสเซียกับอาเซียนมีจุดร่วมเหมือนกันในเรื่อง การส่งเสริมเสถียรภาพและความมั่นคงในภูมิภาค โดยสนับสนุนกระบวนการพหุภาคีภายใต้กรอบขององค์การสหประชาชาติ ที่นามาแก้ปัญหาความขัดแย้งระหว่างประเทศ ปัจจุบันรัสเซียออกกฎหมายว่าด้วยการลงทุนในภาคยุทธศาสตร์ของระบบเศรษฐกิจ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อจำกัดการลงทุนจากต่างประเทศในวิสาหกิจ ๔๒ ประเภท ที่ถือเป็นยุทธศาสตร์ ได้แก่ นิวเคลียร์ อาวุธ การรักษาความปลอดภัยของสายการบิน เครื่องบิน อวกาศ วิทยุ โทรทัศน์ และทรัพยากรธรรมชาติ

ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซีย ต้องการให้กองทัพรัสเซียมีการปฏิรูป และเร่งยกระดับด้านแสนยานุภาพ เพื่อให้อำนาจทางทหารของรัสเซียทัดเทียมกับสหรัฐฯ และชาติสมาชิกองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (NATO) โดยสร้าง “ความสมดุลทางยุทธศาสตร์” ให้เกิดขึ้นในเวทีโลก และแสนยานุภาพของกองทัพรัสเซียต้องก้าวขึ้นไปสู่ระดับใหม่ในระยะเวลา ๓ - ๕ ปี โดยมีแผนจัดตั้งกองเรือรบใหม่ เพื่อทำหน้าที่ตรวจการณ์และรักษาความมั่นคงในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ที่อยู่กึ่งกลางระหว่างยุโรปและแอฟริกา เพื่อชดเชยฐานทัพเรือที่เมืองทาร์ทัสทางตะวันตกของซีเรีย ที่กำลังถูกคุกคามจากผลของสงครามกลางเมืองในซีเรีย

กองทัพโซเวียต หรือ กองทัพแห่งสหพันธรัฐรัสเซีย ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ.๒๕๓๕ ประกอบด้วย กองทัพบก กองทัพอากาศ และกองทัพเรือ หน่วยขีปนาวุธทางยุทธศาสตร์ กำลังป้องกันห้วงอากาศ-อวกาศรัสเซีย และหน่วยพลร่มรัสเซีย โดยมีผู้บัญชาการทหารสูงสุด คือ ประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม คือ พลเอกเซอร์เกย์ ชอย์กู และประธานคณะเสนาธิการทหาร คือ พลโทวาเลย์รี่ เกราซิมอฟ ทั้งนี้ กองเรือแปซิฟิกของรัสเซีย ประกอบด้วย เรือดำน้ำยุทธศาสตร์พลังงานนิวเคลียร์ติดอาวุธนิวเคลียร์ เรือดำน้ำอเนกประสงค์ เรือรบสำหรับปฏิบัติการในทะเลลึกและปฏิบัติการในย่านใกล้ฝั่ง เครื่องบินทิ้งระเบิดยุทธศาสตร์ Tu-22M3 Tu-142 เครื่องบินขับไล่โจมตี MiG-31 เฮลิคอปเตอร์ เครื่องบินปราบเรือดำน้ำ รวมถึง ระบบป้องกันชายฝั่งแบบ S-300


ด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของรัสเซีย – ซีเรีย – อินเดีย – เวียดนาม – เมียนมาร์ และจีน มีดังนี้:

รัสเซีย – ซีเรีย : รัฐบาลรัสเซียขายขีปนาวุธต่อต้านอากาศยาน S-300 ที่มีสมรรถนะสูงแก่รัฐบาลซีเรีย โดยเข้าประจาการพร้อมระบบเรดาห์ที่ทันสมัย มีระยะยิงครอบคลุม ๒๐๐ กิโลเมตร ซึ่งจะเป็นภัยคุกคามต่อกองทัพอากาศอิสราเอล และกลายเป็นประเด็นระหว่างรัสเซียกับชาติตะวันตกและอิสราเอล

รัสเซีย – อินเดีย : รัสเซียมีความร่วมมือด้านกลาโหมอันแนบแน่นกับอินเดีย โดยกาลังจะส่งมอบเรือบรรทุกเครื่องบินวิกรมทิตย์ (Vikromditya) ให้กองทัพเรืออินเดีย และมีการทาข้อตกลงจาหน่ายเครื่องบินขับไล่ จรวดร่อนแบบบราห์มอส เรือรบผิวน้ำ เรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ รถถัง โครงการด้านพลังงานและไฟฟ้าพลังนิวเคลียร์ เพี่อรักษาผลประโยชน์เชิงยุทธศาสตร์ต่างๆ ของอินเดีย เป็นการสร้างแสนยานุภาพ และการป้องปรามที่มีประสิทธิภาพในระยะยาว

รัสเซีย – เวียดนาม : รัสเซียและเวียดนามมีข้อตกลงด้านการป้องกันประเทศร่วมกันมานาน โดยรัสเซียช่วยสร้างกองเรือดำน้ำที่สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นพันธมิตรทางยุทธศาสตร์ระหว่างเวียดนามกับรัสเซีย และเป็นหนึ่งในความสำคัญเร่งด่วนของนโยบายต่างประเทศรัสเซีย โดยเฉพาะความร่วมมือของกองทัพเรือในอ่าวคัมราน ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่มีจุดมุ่งหมาย เพื่อเป็นการตอบโต้อิทธิพลของจีนในทะเลจีนใต้

รัสเซีย – เมียนมาร์ : กองทัพเมียนมาร์มีความร่วมมือด้านกลาโหมและอาวุธยุทโธปกรณ์จากรัสเซีย โดยใช้ยุทโธปกรณ์ที่ผลิตในรัสเซียเป็นหลัก เช่น เครื่องบินรบ เฮลิคอปเตอร์โจมตี อากาศยานปีกหมุน จรวดต่อสู้อากาศยาน และรถถัง T-72 ปัจจุบันประจาการที่ฐานทัพอากาศเมงกะลาโดง กรุงย่างกุ้ง

รัสเซีย – จีน : รัสเซียและจีนต่างมีฐานะทางยุทธศาสตร์ อยู่ในอันดับแรกของสถานการณ์ทางการทูตทั่วไป และมีการส่งเสริมความร่วมมือหุ้นส่วนยุทธศาสตร์อย่างรอบด้าน โดยส่งเสริมนโยบายด้านการต่างประเทศที่มีต่อเอเชีย-แปซิฟิก เป็นหลัก โดยรัสเซียเข้าร่วมการประชุมสุดยอดประเทศสมาชิกองค์การความร่วมมือเซียงไฮ้ (Shanghai Cooperation Organization: SCO) และความร่วมมือเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (Asia - Pacific Economic Cooperation: APEC) และมีการเจรจาเกี่ยวกับการก่อสร้างท่อส่งก๊าซ การเตรียมเปิดโครงการร่วมมือด้านการบิน การลงทุน และพัฒนาความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี และความร่วมมือด้านการทหารกับจีนในระดับสูง เพื่อมุ่งกระชับความร่วมมือหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ เนื่องจากจีนคือโอกาสที่ยิ่งใหญ่ของรัสเซียและรัสเซียต้องการความร่วมมือจากจีนเพื่อแก้ไขปัญหาระหว่างประเทศ...




ข้อมูลอ้างอิง:

02/09/2015



กลับหน้าหลัก