รู้จักเรา

ความสัมพันธ์กับไทย



     ประเทศไทยและประเทศรัสเซียได้ถือเอาการเสด็จประพาสรัสเซียของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (ระหว่างวันที่ 3-11 กรกฎาคม ค.ศ. 1897 ) เป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกัน ต่อมาทั้งสองประเทศยุติความสัมพันธ์ทางการทูตนับแต่ปี ค.ศ. 1917 เมื่อมีการปฏิวัติเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์เป็นสังคมนิยมคอมมิวนิสต์

ในปี ค.ศ. 1939 ทั้งสองประเทศได้ฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างกันอีกครั้ง โดยสหภาพโซเวียตได้แต่งตั้งเอกอัครราชทูตคนแรกมาประจำการที่ประเทศไทยในปี ค.ศ. 1946 และไทยได้แต่งตั้งเอกอัครราชทูตคนแรกไปประจำการที่สหภาพโซเวียตในปี ค.ศ. 1947 ต่อมาเมื่อสหภาพโซเวียตได้สลายตัวลงในปี ค.ศ. 1991 แต่ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับรัสเซียดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง

ในระหว่างสงครามเย็น ไทยกับรัสเซีย ซึ่งขณะนั้นเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพโซเวียตมีความสัมพันธ์ที่ห่างเหิน เนื่องจากมีอุดมการณ์ทางการเมืองที่แตกต่างกัน อย่างไรก็ตาม ภายหลังการสิ้นสุดสงครามเย็น และการล่มสลายของสหภาพโซเวียต ความสัมพันธ์ไทย-รัสเซีย ได้กลับสู่ภาวะปกติ ทั้งสองประเทศมีความร่วมมือทางการเมืองที่สร้างสรรค์ในกรอบอาเซียน ภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก และสหประชาชาติ ตลอดจนร่วมมือกันในการแก้ไขปัญหาข้ามชาติต่างๆ อาทิ การลักลอบค้ายาเสพติด อาชญากรรมข้ามชาติ และ การต่อต้านการก่อการร้าย




ความร่วมมือระหว่างประเทศไทยและประเทศรัสเซีย ได้พัฒนาอย่างมีพลวัตยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในสมัยแรกที่นายวลาดีเมียร์ ปูติน ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหพันธรัฐรัสเซีย (ระหว่างปีค.ศ. 2000 - 2008) เดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ในฐานะพระราชอาคันตุกะของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (State Visit) เมื่อเดือนตุลาคม ค.ศ. 2003 ได้ยกระดับความสัมพันธ์ขึ้นเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ และเมื่อปี ค.ศ. 2007 รัฐบาลทั้งสองประเทศได้ร่วมกันจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อฉลองโอกาสครบรอบ 110 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย - รัสเซีย โดยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จฯ เยือนสหพันธรัฐรัสเซียอย่างเป็นทางการในฐานะผู้แทนพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (State Visit) ระหว่างวันที่ 2 - 11 กรกฎาคม ค.ศ. 2007 เพื่อร่วมฉลองโอกาสดังกล่าว และขณะนี้ทั้งสองประเทศอยู่ระหว่างเตรียมการฉลองความสัมพันธ์ทางการทูตครบรอบ 120 ปี ในปี ค.ศ. 2017


ทั้งนี้ทั้งสองประเทศได้จัดตั้งกลไกการหารือที่จัดขึ้นเป็นประจำหลายกลไก อาทิ การหารือประจำปีระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศทั้งสองฝ่าย (Ministerial Bilateral Consultation)




การประชุมคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือทวิภาคีไทย-รัสเซีย (Joint Commission: JC) ซึ่งได้จัดการประชุมมาแล้ว 5 ครั้ง (ครั้งที่ 5 เมื่อวันที่ 29 มีนาคม ค.ศ. 2013) โดยทั้งสองฝ่ายได้เห็นชอบที่จะส่งเสริมความร่วมมือทวิภาคีระหว่างไทยกับรัสเซียในสาขาต่างๆ อาทิ การค้าการลงทุน พลังงาน การศึกษา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การเกษตร ทั้งนี้ การประชุม JC ครั้งที่ 6 จะมีขึ้นในปี ค.ศ. 2015 ณ กรุงมอสโก (การประชุมคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือทวิภาคีไทย-รัสเซีย ครั้งที่ 5)



ที่มา: 
http://www.cabinet.soc.go.th/soc/Program2-3.jsp?top_serl=99307653 (การประชุมคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือทวิภาคีไทย-รัสเซีย ครั้งที่ 5)

การค้าระหว่างไทย-รัสเซีย

การค้า

ในภาพรวมของการค้าระหว่างประเทศไทยกับรัสเซีย รัสเซียถือได้ว่าเป็นประเทศคู่ค้าอันดับ 1 ของไทยในกลุ่มเครือรัฐเอกราช (CIS) และอันดับที่ 21 ในตลาดโลก ในขณะที่ประเทศไทยเป็นคู่ค้าอันดับที่ 2 ของรัสเซียในอาเซียน และอันดับที่ 34 ของโลก การค้าของไทยกับรัสเซียในระยะที่ผ่านมา เติบโตต่อเนื่องและมีมูลค่าเฉลี่ยประมาณปีละ 4,000 กว่าล้านเหรียญสหรัฐ โดยในปี ค.ศ. 2014 (ม.ค. – ธ.ค.) มูลค่าการค้ารวมของไทยกับรัสเซียอยู่ที่ 4,913.64 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นจากปี ค.ศ. 2013 (4,693.33 ล้านเหรียญสหรัฐ) คิดเป็นร้อยละ 4.69 ซึ่งไทยเป็นฝ่ายเสียดุลการค้า

การส่งออก

ในระยะที่ผ่านมา (ค.ศ. 2011 - 2014) การส่งออกสินค้าของไทยไปยังรัสเซียมีมูลค่าเฉลี่ยประมาณปีละกว่า 1,100 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยในปี ค.ศ. 2014 การส่งออกมีมูลค่า 1,205.18 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นจากปี ค.ศ. 2013 คิดเป็นร้อยละ 3.55

สินค้าส่งออกสำคัญ

ได้แก่ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องใช้ไฟฟ้าและส่วนประกอบเม็ดพลาสติก ผลไม้กระป๋องและแปรรูป อัญมณีและเครื่องประดับ เตาอบไมโครเวฟและเครื่องใช้ไฟฟ้า ยางพารา เครื่องรับวิทยุโทรทัศน์และส่วนประกอบ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ และอาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป

การนำเข้า

ในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา (ค.ศ. 2011 - 2014) การนำเข้าสินค้าจากรัสเซียของไทย มีมูลค่าเฉลี่ยประมาณปีละกว่า 3,500 ล้านเหรียญสหรัฐ (ส่วนใหญ่เป็นน้ำมันดิบ) โดยในปี ค.ศ. 2014 การนำเข้ามีมูลค่า 3,708.46 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลงจากปี ค.ศ. 2013 คิดเป็นร้อยละ 12.98

สินค้านำเข้าสำคัญ

ได้แก่ น้ำมันดิบ เหล็กเหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ ปุ๋ยและยากำจัดศัตรูพืชและสัตว์ เครื่องเพชรพลอย อัญมณี เงินแท่งและทองคำ สินแร่โลหะอื่นๆ เศษโลหะและผลิตภัณฑ์ พืชและผลิตภัณฑ์จากพืช สัตว์น้ำสด แช่เย็น แช่แข็ง แปรรูปและกึ่งแปรรูป แร่และผลิตภัณฑ์จากแร่ เยื่อกระดาษและเศษกระดาษ และกระดาษและผลิตภัณฑ์กระดาษ


การลงทุน ระหว่างไทย-รัสเซีย

ในส่วนของการลงทุนของรัสเซียในไทย ในปี ค.ศ. 2010 มีโครงการลงทุนจากรัสเซียที่ขอรับการส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) จำนวน 3 โครงการ โดยได้รับการอนุมัติแล้ว 2 โครงการ ได้แก่ โครงการของบริษัท Formica-Phianite Co.Ltd ซึ่งผลิตพลอยเทียม และโครงการของบริษัท Mermaids Property Co.Ltd ซึ่งเป็นบริษัทสร้างบ้านพักสำหรับคนเกษียณอายุ และอยู่ระหว่างการพิจารณาอีก 1 โครงการของบริษัท Digital Innovation Mercantile ซึ่งเป็นโครงการด้านการวิจัยและการพัฒนา สำหรับการลงทุนของไทยในรัสเซียมี 3 กิจการ คือ บริษัทเจริญโภคภัณฑ์ (CP) โดยมีเงินทุนประมาณ 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ บริษัท Warehouse ซึ่งผลิตเครื่องสำอาง และบริษัท Thai Pattara Spa ดำเนินธุรกิจสปา ทั้งนี้ สาเหตุสำคัญที่ทำให้ระดับการลงทุนระหว่างกันอยู่ในระดับต่ำ เนื่องมาจากการขาดความรู้เรื่องโอกาสลงทุนของทั้งสองฝ่าย ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทยเคยเปิดสำนักงานในกรุงมอสโก ปี ค.ศ. 2009 เพื่อสนับสนุนผู้ส่งออกไทยและปล่อยเครดิตผ่านธนาคารรัสเซียอีกต่อหนึ่ง ซึ่งโดยหลักการเป็นสิ่งที่ดี แต่เนื่องจากกลไกของรัสเซียแตกต่างจากประเทศอื่น ธนาคารฯ จึงไม่ประสบความสำเร็จและปิดสาขานี้ในเวลาต่อมา

ปัจจุบัน มีการลงทุนของผู้ประกอบการของรัสเซียในประเทศไทย ทั้งในรูปแบบการเป็นเจ้าของทั้งหมด และการร่วมลงทุนกว่า 30 บริษัท ส่วนใหญ่ดำเนินธุรกิจด้านการนำเข้า - ส่งออก และการท่องเที่ยว ณ เดือนกรกฎาคม ค.ศ. 2012 มีโครงการลงทุนของรัสเซียที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI ดังนี้

  1. บริษัท Amek Industries (ไทย/รัสเซีย) โครงการผลิตเฟอร์นิเจอร์ไม้ (ส่งออกร้อยละ 95) มูลค่าการลงทุน 134.3 ล้านบาท
  2. บริษัท Formica – Phianite (ไทย/รัสเซีย) โครงการผลิต cubic zirconia (ส่งออกร้อยละ 80) มูลค่าการลงทุน 17.4 ล้านบาท และโครงการผลิตนาโนคริสตัล (ส่งออก 100 %) มูลค่าการลงทุน 10 ล้านบาท
  3. บริษัท Mermaids Property (รัสเซีย) ดำเนินโครงการบ้านพักสำหรับผู้เกษียณอายุ มูลค่าการลงทุน 70 ล้านบาท
  4. บริษัท Sibirsko Zoloto (รัสเซีย) ดำเนินโครงการสวนน้ำรามายณะพัทยา มูลค่าการลงทุน 900 ล้านบาท
  5. บริษัท Weblogy Consulting (รัสเซีย/ฝรั่งเศส) ดำเนินธุรกิจด้านซอฟท์แวร์ มูลค่าการลงทุน 4.2 ล้านบาท
  6. นาย Georgy Aistov (รัสเซีย/ยูเครน) ดำเนินธุรกิจด้านซอฟท์แวร์ มูลค่าการลงทุน 17.9 ล้านบาท

แหล่งที่มา 


ความสัมพันธ์ด้านสังคมและวัฒนธรรมของประเทศไทยและประเทศรัสเซียนั้น มีความสัมพันธ์กันมาอย่างยาวนาน โดยมีรายละเอียดดังนี้

  • ประเทศไทยและประเทศรัสเซียมี “ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านวัฒนธรรมระหว่างกัน” ซึ่งลงนามเมื่อปี ค.ศ. 2000 และต่อมาได้มีการจัดทำพิธีสารต่อท้ายความตกลงฯ ซึ่งระบุกิจกรรมความร่วมมือด้านวัฒนธรรมระหว่างกัน โดยพิธีสารต่อท้ายความตกลงฯ ฉบับล่าสุด ลงนามเมื่อเดือนกันยายน ค.ศ. 2009 ระบุกิจกรรมสำหรับปี ค.ศ. 2009 - 2011 อาทิ การจัดงานวันวัฒนธรรมรัสเซีย ณ ประเทศไทยในปี ค.ศ. 2010 และงานวันวัฒนธรรมไทย ณ ประเทศรัสเซียในปี ค.ศ. 2011
  • รัฐบาลไทยได้ส่งคณะทางวัฒนธรรมไปร่วม “งานฉลองครบรอบ 300 ปี การสถาปนานครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก” ระหว่างวันที่ 25-31 สิงหาคม ค.ศ. 2003
  • ประเทศไทยและประเทศรัสเซียร่วมกันจัด “งานแสดงบัลเลต์รอบปฐมทัศน์โลกเรื่อง Katya and the Prince of Siam” ระหว่างวันที่ 13-16 ธันวาคม ค.ศ. 2003 ณ กรุงเทพมหานครฯ
  • ไประเทศไทยและประเทศรัสเซียร่วมกันจัดงาน “วันแห่งวัฒนธรรมรัสเซียในประเทศไทย” ระหว่างวันที่ 2-7 ธันวาคม ค.ศ. 2004 ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย และงานวันแห่งวัฒนธรรมไทยในรัสเซีย เมื่อวันที่ 9-15 กันยายน ค.ศ. 2005 ณ กรุงมอสโก
  • รัฐบาลไทยและรัฐบาลรัสเซียได้ร่วมกันจัด “การแสดงบัลเลต์จากโรงละครมารีนสกี” ระหว่าง วันที่ 6 - 8 ธันวาคม ค.ศ. 2007 ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ตามพระราชเสาวนีย์ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ โดยการแสดงบัลเลต์ชุดหลักเป็นของขวัญจากประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน ถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา
  • สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับ มูลนิธิวงดุริยางค์ซิมโฟนีกรุงเทพ บี กริมแอนโก และสถานเอกอัครราชทูตรัสเซียประจำประเทศไทย ได้จัดการแสดงคอนเสิร์ต “Pletnev Returns : Mikhail Pletnev” เพื่อร่วมเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม ค.ศ. 2007
  • นาย J.S. Uberoi ประธานบริษัท International Cultural Promotions Limited และกรรมการในคณะกรรมการจัดงานมหกรรมศิลปะการแสดงและดนตรีนานาชาติ กรุงเทพฯ จัดงานแสดงดนตรีเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ณ ประเทศรัสเซีย ระหว่างวันที่ 29 พฤษภาคม - 5 มิถุนายน ค.ศ. 2010 โดยมีการบรรเลงบทเพลง Requiem ซึ่งนาย Boris Tishchenko นักประพันธ์เพลงที่มีชื่อเสียงของรัสเซียได้ประพันธ์ขึ้น เมื่อปี ค.ศ. 2008 เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ ที่ได้ทรงเป็นองค์อุปถัมภ์การจัดมหกรรมศิลปะการแสดงและดนตรีนานาชาติ ทั้งนี้ งานแสดงดังกล่าวจัดขึ้นในเมืองใหญ่ของรัสเซีย 4 แห่ง ได้แก่ Moscow St. Petersburg Novosibirsk และ Yekaterinburg



  • สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมอสโก ร่วมกับกรุงเทพมหานครและรัฐบาลท้องถิ่นกรุงมอสโกจัดงาน “Thai Festival 2014” ขึ้นเป็นครั้งแรกที่ลานหน้าห้างสรรพสินค้า TSUM ใจกลางกรุงมอสโก ระหว่างวันที่ 13-14 กันยายน ค.ศ. 2014
  • นอกจากนี้มีการจัดกิจกรรมส่งเสริมอาหารและวัฒนธรรมไทยอย่างต่อเนื่องรวมทั้งการจัดงาน Thai Food Festival ร่วมกับโรงแรมชั้นนำในรัสเซีย ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2013 และการจัด Road Show ของสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมอสโก เพื่อกระชับความสัมพันธ์กับหน่วยงานด้านวัฒนธรรมของรัฐบาลท้องถิ่นในรัสเซีย
ที่มา: http://th.thaiembassymoscow.com และ http://www.mfa.go.th


ประเทศไทยและประเทศรัสเซียได้ลงนามความตกลงว่าด้วย “ความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว” เมื่อปี ค.ศ. 2002 และเริ่มมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม ค.ศ. 2007 ปัจจุบันการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้เปิดสำนักงานที่กรุงมอสโก เพื่อดูแลและส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยในรัสเซียและกลุ่มประเทศเครือรัฐเอกราช จากเดิมที่ให้สำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยที่กรุงสตอกโฮล์มดูแล จำนวนนักท่องเที่ยวไทยและรัสเซียเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากความตกลงยกเว้นการตรวจลงตราหนังสือเดินทางไทย - รัสเซีย ที่เริ่มมีผลใช้บังคับตั้งแต่เดือนมีนาคม ค.ศ. 2007 โดยในปี ค.ศ. 2014 มีนักท่องเที่ยวจากรัสเซียเดินทางมาประเทศไทยจำนวน 1,603,813 คน (ลดลงจากปี ค.ศ. 2013 ร้อยละ 8.17 ซึ่งมีจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งสิ้น 1,746,565 คน) ทั้งนี้ นักท่องเที่ยวรัสเซียนิยมเดินทางมาพักผ่อนที่เมืองตากอากาศสำคัญของไทย โดยเฉพาะ เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี จังหวัดภูเก็ต จังหวัดกระบี่ และเริ่มกระจายไปยังเมืองท่องเที่ยวทางภาคเหนือและจังหวัดอื่นๆ เช่น เชียงใหม่ และกรุงเทพฯ นักท่องเที่ยวรัสเซียมีการเดินทางจากเมืองต่างๆ ของรัสเซียทั้งแบบเที่ยวบินปกติและเที่ยวบินแบบเช่าเหมาลำไปยังเมืองท่องเที่ยวหลักของไทย ได้แก่ กรุงเทพฯ กระบี่ และภูเก็ต มีการใช้จ่ายเฉลี่ยวันละ 5,000 บาทต่อคน และมีระยะเวลาพำนักในประเทศไทยเฉลี่ย 14 วันต่อคน  


ความตกลงที่สำคัญกับประเทศไทย 

ประเทศไทยและประเทศรัสเซีย มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมายาวนาน มีความตกลงที่สำคัญร่วมกัน ดังนี้

ความตกลงที่สืบทอดมาจากสมัยสหภาพโซเวียต

  • ความตกลงระหว่างไทยกับรัสเซียในการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต การค้าและความสัมพันธ์ทางด้านกงสุลตามปกติ (ลงนามในปี ค.ศ. 1941)
  • ความตกลงทางการค้า (ลงนามในปี ค.ศ. 1970 และยังคงมีผลบังคับใช้จนถึงวันที่ความตกลงการค้าฉบับใหม่เริ่มมีผลบังคับใช้)
  • พิธีสารว่าด้วยการจัดตั้งคณะกรรมาธิการร่วมทางการค้า (ลงนามในปี ค.ศ. 1987)
  • ข้อตกลงเกี่ยวกับการปรึกษาหารือทวิภาคีระหว่างกระทรวงการต่างประเทศไทยและกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย (ลงนามในปี ค.ศ. 1988)

ความตกลงที่ลงนามภายหลังการก่อตั้งสหพันธรัฐรัสเซีย

  • ความตกลงว่าด้วยการจัดตั้งคณะกรรมาธิการร่วมทวิภาคีไทย - รัสเซีย (ลงนามเมื่อวันที่ 15 กันยายน ค.ศ. 1993) ได้มีการจัดการประชุมแล้ว 5 ครั้ง คือ

    1. ในปี ค.ศ. 1997 ที่กรุงมอสโก

    2. ในปี ค.ศ.1999 ที่กรุงเทพฯ

    3. ในปี ค.ศ. 2002 ที่กรุงมอสโก

    4. ในปี ค.ศ. 2009 ที่กรุงเทพฯ

    5. ในปี ค.ศ. 2013 ระหว่างวันที่ 27-28 มีนาคม ณ กรุงมอสโก และสำหรับครั้งที่ 6 มีกำหนดจัดขึ้นในปี ค.ศ. 2015 ณ กรุงมอสโก

  • อนุสัญญาว่าด้วยการเว้นการเก็บภาษีซ้อน8 (ลงนามเมื่อวันที่ 23 กันยายน ค.ศ. 1999)
  • ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางวัฒนธรรมไทย-รัสเซีย (ลงนามเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2000)
  • ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว (ลงนามเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม ค.ศ. 2002)
  • ความตกลงเพื่อยกเว้นการตรวจลงตราหนังสือเดินทางทูตและราชการ (ลงนามเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม ค.ศ. 2002)
  • ความตกลงว่าด้วยการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุนต่างตอบแทน ไทย-รัสเซีย (ลงนามเมื่อ วันที่ 17 ตุลาคม ค.ศ. 2002)
  • ความตกลงว่าด้วยข้อยุติการชำระหนี้ที่สหพันธรัฐรัสเซียคงค้างราชอาณาจักรไทย (ลงนามเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม ค.ศ. 2003)
  • บันทึกความเข้าใจว่าด้วยการสนับสนุนด้านการส่งกำลังบำรุงทางทหารระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสหพันธรัฐรัสเซีย (ลงนามเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม ค.ศ. 2003)
  • ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านการศึกษาไทย-รัสเซีย (ลงนามเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม ค.ศ. 2004)
  • ความตกลงเพื่อยกเว้นการตรวจลงตราหนังสือเดินทางธรรมดา (ลงนามเมื่อวันที่ 13 ธันวาคม ค.ศ. 2005 และเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม ค.ศ. 2007)

ความตกลงที่อยู่ระหว่างการพิจารณาจัดทำ มีทั้งสิ้น 24 ฉบับ อาทิ

  • ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือระหว่างกระทรวงยุติธรรม
  • บันทึกความเข้าใจระหว่างกระทรวงพลังงาน
  • ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านการปราบปรามยาเสพติด
  • ความตกลงทางการค้า
  • ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือในการสำรวจอวกาศ และการใช้อวกาศเพื่อวัตถุประสงค์ในทางสันติ
  • ความตกลงว่าด้วยการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุนต่างตอบแทน

ความตกลงภาคเอกชน

  • ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือระหว่างสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยกับสภาหอการค้าและอุตสาหกรรมของสหพันธรัฐรัสเซีย เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม ค.ศ. 1997
  • บันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่างสภาธุรกิจไทย – รัสเซีย และสภาธุรกิจรัสเซีย – ไทย (MOU Between Thai – Russian Business Council and Russian – Thai Business Council) เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน ค.ศ. 2009


  • แหล่งที่มา:
    http://th.thaiembassymoscow.com 

    ตารางสถิติการค้าระหว่างไทย – รัสเซีย

    มูลค่า:ล้านเหรียญสหรัฐ

    ปี ปริมาณการค้ารวม ส่งออก นำเข้า ดุลการค้า
    มูลค่า สัดส่วน % มูลค่า % มูลค่า %
    2551 (2008) 3,821.52 1.07 77.41 959.11 55.64 2,862.41 86.13 -1,903.30
    2552 (2009) 2,097.65 0.73 -45.1 405.69 -57.7 1,692.17 -40.88 -1,286.48
    2553 (2010) 3,995.84 1.06 90.47 771.13 90.08 3,224.71 90.57 -2,453.59
    2554 (2011) 5,668.51 1.26 41.86 1,149.51 49.07 4,518.47 40.14 -3,368.48
    2555 (2012) 5,189.01 1.08 -8.46 1,132.82 -1.45 4,056.19 -10.24 -2,923.37
    2556 (2013) 4,693.33 0.98 -9.55 1,163.82 2.74 3,529.50 -12.98 -2365.68
    2557 (2014) 4,913.64 1.08 4.69 1,205.18 3.55 3,708.46 5.07 -2503.27
    ที่มา: ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สํานักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจากกรมศุลกากร